ปัญหาการเชื่อมต่อในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากแพ็กเกจเน็ต แต่เกิดจากเรื่องที่ควรจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บ้าน รายการนี้ใช้เวลาประมาณสิบนาที
ก่อนซื้อแพ็กเกจ
1. ตรวจว่าเครื่องรองรับ eSIM กด *#06# ถ้าขึ้นบรรทัด EID แสดงว่ารองรับ ถ้าไม่ขึ้น eSIM ไม่ใช่ทางเลือก และคุณต้องหาวิธีอื่น
2. ตรวจว่าเครื่องไม่ติดล็อกเครือข่าย เครื่องที่ซื้อแบบผ่อนกับเครือข่ายในต่างประเทศมักถูกล็อกไว้ และจะไม่รับ eSIM ของผู้ให้บริการรายอื่น ให้ถามผู้ให้บริการที่ขายเครื่องให้คุณ ไม่มีวิธีตรวจที่เชื่อถือได้มากกว่านี้
ซื้อแล้ว ก่อนบิน
3. ติดตั้ง eSIM ตอนอยู่บ้านและมี Wi-Fi การติดตั้งต้องต่ออินเทอร์เน็ต สนามบินต่างประเทศหลังเพิ่งลงเครื่องคือที่แย่ที่สุดสำหรับการค้นพบว่ามีปัญหา
4. ยังไม่ต้องเปิดใช้ ติดตั้งแล้วปล่อยไว้เฉย ๆ เปิดใช้ตอนไปถึงเท่านั้น เพราะแพ็กเกจส่วนใหญ่เริ่มนับอายุการใช้งานตอนที่ eSIM ต่อเข้าเครือข่ายครั้งแรก
5. ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ Google Maps ให้บันทึกพื้นที่ลงเครื่องได้ ทำสำหรับทุกเมืองที่จะไป มันช่วยคุณได้ในทุกสถานการณ์ที่สัญญาณหาย
6. แคปหน้าจอสิ่งสำคัญไว้ ที่อยู่โรงแรม (เอาภาษาท้องถิ่นด้วย) รหัสการจอง ตั๋วขากลับ ภาพแคปหน้าจอใช้ได้โดยไม่ต้องมีเน็ต
7. ลงแอปที่จะต้องใช้ แอปเรียกรถ แอปขนส่งสาธารณะ แผนที่ท้องถิ่น ลงและล็อกอินให้เสร็จตอนอยู่บ้าน บางประเทศใช้แอปที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อ
เรื่องเบอร์เดิมของคุณ
8. ปิดเน็ตของซิมเดิม นี่คือขั้นที่สำคัญที่สุดข้อเดียวในการเลี่ยงค่าโรมมิ่ง ไปที่ การตั้งค่า → เซลลูลาร์ → เลือกซิมเดิม → ปิดข้อมูลเซลลูลาร์ คุณยังรับสายและข้อความได้ตามปกติ
9. ดูว่าธนาคารส่งรหัสยืนยันมาทางไหน ถ้าส่งทาง SMS คุณยังได้รับ (ผู้ให้บริการอาจคิดค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่างประเทศ) ถ้าส่งผ่านแอป ต้องใช้เน็ต ซึ่งจะวิ่งผ่าน eSIM จึงใช้ได้
10. แจ้งธนาคารว่าจะเดินทาง ไม่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ แต่อยู่ในรายการเดียวกัน เพราะบัตรถูกระงับจากธุรกรรมต่างประเทศที่ดูผิดปกติเป็นสาเหตุที่ทำทริปพังอยู่บ่อย ๆ
เมื่อลงเครื่องแล้ว
เปิด eSIM ปิดโหมดเครื่องบิน ให้เวลาเครื่องประมาณหนึ่งนาทีในการหาเครือข่าย ถ้าผ่านสองนาทีแล้วยังไม่มีสัญญาณ ให้รีสตาร์ตเครื่อง วิธีนี้แก้ได้เกือบทุกกรณี